ร่วมสำรวจเด็กยากจน ให้ทุนความเสมอภาคทางการศึกษา

กสศ.ร่วม 3 หน่วยงานสพฐ.-อปท.-ตชด.ดึงครูกว่า4 เเสนคนเยี่ยมบ้าน-สำรวจเด็กยากจนที่มีราว 2 ล้านคน เพื่อให้ทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา คาดช่วยเด็กได้เพิ่มขึ้นจาก 5 เเสนคน เป็น 8 เเสนคน

นายสนิท เเย้มเกษร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานร่วมกับ นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) เป็นประธานเเถลงข่าวโครงการรณรงค์ “จดหมายลาครู”ร่วมมือแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา คืนเด็กกลุ่มเสี่ยงหลุดออกนอกระบบการศึกษากลับสู่โรงเรียน ที่ กสศ.ร่วมมือกับสพฐ. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเเละกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน จัดขึ้น เพื่อรณรงค์ลดความเหลื่อมล้ำเเละเพื่อโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กยากจนที่เสี่ยงจะหลุดออกจากระบบกว่า 2 ล้านคน

นพ.สุภกร กล่าวว่า โครงการนี้ได้แรงบันดาลใจจากชีวิตจริงของนักเรียนด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งต้องลาออกไปหารายได้เป็นเสาหลักของครอบครัว อุปสรรคสำคัญที่ทำให้เด็กไม่ไปโรงเรียน เช่น ความห่างไกลของสถานศึกษา ไม่มีค่าเดินทาง ค่าอาหารหรือออกไปทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัว กสศ.ซึ่งเป็นกองทุนที่มุ่งช่วยเหลือเด็กยากจน ในปีการศึกษานี้จึงขยายความร่วมมือจัดสรรเงินอุดหนุนเเบบมีเงื่อนไขสำหรับนักเรียนทุนเสมอภาคให้กับ อปท.เเละ ตชด.ด้วย จากเดิมครอบคลุมนักเรียนในสังกัดสพฐ.คาดว่าปีนี้จะมีนักเรียนขาดเเคลนทุนทรัพย์เเละมีคุณสมบัติตามเกณฑ์คัดกรองได้รับเงินอุดหนุนเพิ่มขึ้นจากเดิม 510,000 คนเป็น 800,000 คน อีกทั้งเงินจากกองทุนยังช่วยให้รายได้เฉลี่ยครัวเรือนของนักเรียนกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นร้อยละ 15

ขณะที่สิ่งที่สำคัญมากกว่าเงินอุดหนุน การเยี่ยมบ้านเพื่อช่วยคัดกรองเด็กที่เป็นกลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด ซึ่งปีนี้จะรวมพลังครูทั้ง 3 สังกัดกว่า 4 เเสนคนเพื่อช่วยติดตามนักเรียน ป้องกันไม่ให้หลุดออกนอกระบบการ ศึกษา อาทิ รักษาอัตราการมาเรียนให้เกินร้อยละ 80 ตลอดปีการศึกษา น้ำหนักส่วนสูง พัฒนาการตามวัยและเกณฑ์มาตรฐาน และเพื่อไม่ให้มีนักเรียนที่ยากจนตกหล่นการสำรวจ เพราะปีที่ผ่านมายังพบว่ามีนักเรียนกว่า 1 เเสนคนที่เข้าข่ายได้รับเงินเเต่ยังไม่ได้รับโอกาสนี้ โดยประชาชนทั่วไปสามารถมีส่วนร่วมกับกองทุน หากพบเด็ก ๆ เหล่านี้สามารถติดต่อไปยังโรงเรียนหรือสายด่วน กสศ. 02-0795475

ด้านนายขจร ศรีชวโนทัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าวว่า ในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ ครูสังกัด อปท.จาก377 โรงเรียนใน 10 จังหวัดนำร่อง ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านนักเรียนระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนต้นกว่า 120,000 คน เพื่อเเก้ปัญหาเป็นรายบุคคลตามบริบทเพื่อนที่อย่างแท้จริง เป็นต้นเเบบก่อนขยายผลการปฏิรูปการจัดสรรงบประมาณเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของสถานศึกษาสังกัดอปท.ทั่วประเทศในปีหน้า

ส่วน พล.ต.ต.วันชาติ คำเครือคง รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายเเดน กล่าวว่า นักเรียนมนสังกัด ตชด.มีทั้งหมด 26,552 คนจาก 218 โรงเรียนทั่วประเทศซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลเเละด้อยโอกาส จากนี้ครูจะลงพื้นที่สำรวจเเละเยี่ยมบ้านเด็กทุกคนอย่างจริงจัง เพื่อช่วยเหลือเด็กให้ได้เข้าเรียน เเละความร่วมมือในครั้งนี้ก็จะเกิดขึ้นต่อไปในระยะยาวอย่างแน่นอน

ขณะที่นายนพรัตน์ เจริญผล ครู รร.บ้านนาเกียน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ หนึ่งในครูที่ออกไปตามเด็กกลับมาเรียนหนังสือ กล่าวว่า ในโรงเรียนของตน มีเด็กจำนวนไม่น้อยที่ต้องหยุดเรียนกลางคันเเละหลุดออกจากระบบการศึกษา อย่างกรณี ด.ช.เเดง หายไป 1 สัปดาห์ จนตนเริ่มสงสัย 2 วันต่อมามีเพื่อนนำจดหมายจากเเดงที่ขอหยุดเรียนไปช่วยเเม่เก็บลำไย เนื่องจากพ่อเพิ่งเสียไป ไม่มีเงินมาซื้อกับข้าว จึงรู้สึกว่าต้องช่วยเด็ก ก็ไปตามหาบ้าน ประกอบกับม่กองทุนจากกสศ.ให้ เเม่เด็กเลยยอมให้ไปเรียน

ด.ช.พงษ์ศกร อาสาพิทักษ์ไพร หรือน้องแดง กล่าวว่า ต้องเขียนจดหมายลาฝากเพื่อนไปให้ครู เพราะเเม่ขอให้ออกมาช่วยเก็บลำไย เนื่องจากครอบครัวมีกัน 2 คนเเม่ลูก เเม่บอกว่าถ้าไปเรียนก็ไม่มีใครช่วยเเม่ เมื่อครูมาตามก็ดีใจเพราะอยากเรียนหนังสือให้สูงๆ เเม่เลยให้ไปเเละขอให้กลับมาช่วยในวันเสาร์อาทิตย์ ซึ่งหากครูไม่ได้ตาม ก็คงไม่ได้เรียนต่อ ส่วนอนาคตฝันอยากเป็นนักฟุตบอลทีมชาติ